<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>What's Up HiFi &#187; Audiophile</title>
	<atom:link href="http://hifi.whatsupbkk.com/category/audiophile/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hifi.whatsupbkk.com</link>
	<description>Bangkok Audiophile and Videophile Hub</description>
	<lastBuildDate>Fri, 05 Nov 2010 10:41:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>What A Difference between HDCD and XRCD</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/what-a-different-between-hdcd-and-xrcd.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/what-a-different-between-hdcd-and-xrcd.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Nov 2009 11:01:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[HDCD]]></category>
		<category><![CDATA[XRCD]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=403</guid>
		<description><![CDATA[HDCD กับ XRCD ต่างกันอย่างไร? เคยสงสัยกันหรือไม่ วันนี้มีคำตอบมาฝากกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>HDCD กับ XRCD ต่างกันอย่างไร?</p>
<p>เอาแบบภาษาชาวบ้านนะครับ HDCD เป็นการใส่รหัสเพิ่มเติมเข้าไป ทำให้มีข้อมูลมากขึ้น ต้องใช้กับเครื่องเล่นที่สามารถถอดรหัสได้ถึงจะได้ความสามารถ HDCD ถ้าถอดไม่ได้ก็จะเหมือนได้ CD ธรรมดาHDCD ย่อมาจาก High Definition Compatible Digital พัฒนาขึ้นโดยคุณ Keith Johnson และคุณ Pflash PflaumerHDCD เป็นชื่อของกระบวนการเข้าและถอดรหัส (Encode/Decode) แบบพิเศษสำหรับใช้บันทึกข้อมูลลงแผ่น CD ปกติทั่วไป (รวมถึงบางอัลบัมของแผ่น CD แบบ XRCD และ DVD-Audio ด้วย)</p>
<p>ในกรณี ของแผ่น CD Audio ทั่วๆ ไปนั้น ข้อมูลจะถูกบันทึกลงไปในแบบ PCM Digital ที่ความละเอียด 16 bits แต่สำหรับแผ่น CD ที่มีเครื่องหมาย HDCD นั้นจะมีการเพิ่มข้อมูลแฝงรวมเข้าไว้กับชุดข้อมูลปกติด้วยเทคนิคพิเศษซึ่งจะ ทำให้ได้ความละเอียดของข้อมูลเพิ่มขึ้นอีก 4 bits รวมได้เป็นความละเอียดที่ 20 bit ในขณะเดียวกันที่ยังสามารถใช้แผ่น HDCD นี้กับเครื่องเล่น CD แบบปกติทั่วไปได้การจะได้รับอรรถประโยชน์จากแผ่น HDCD ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์นั้น เครื่องเล่น CD จะต้องมีออปชั่นการถอดรหัส HDCD ด้วย ซึ่งโดยปกติจะมีสัญลักษณ์ HDCD บอกไว้ที่หน้าปัดของเครื่องเล่นXRCD เป็นการผลิตแบบพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ จากการค้นคว้าวิจัยของ JVC ทำให้กระบวนการผลิตแผ่น CD ที่มีความพิถีพิถันมากเป็นพิเศษจึงถือกำเนิดขึ้น โดยทาง JVC ได้ตั้งชื่อให้กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการนี้ว่า Extended Resolution Compact Disc หรือ XRCD นั่นเอง</p>
<p>ซึ่งก็ได้สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับผู้ใช้งานทั่วไปในวงกว้าง หากแต่ในความเป็นจริงนั้น XRCD ก็คือแผ่น CD ธรรมดาๆ ที่มีข้อมูลบันทึกอยู่ในรูปแบบ 16-bit PCM Digital และสามารถใช้ได้กับเครื่องเล่น CD Player ปกติทั่วๆ ไปโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์หรือวงจรถอดรหัสพิเศษอื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับการใช้งานแผ่น XRCD นี้</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://www.sound-map.com/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Id=99232&amp;Ntype=2" target="_blank">http://www.sound-map.com/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Id=99232&amp;Ntype=2</a></p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/what-a-different-between-hdcd-and-xrcd.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/what-a-different-between-hdcd-and-xrcd.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/what-a-different-between-hdcd-and-xrcd.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Speaker basic setup</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/speaker-basic-setup.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/speaker-basic-setup.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Nov 2009 10:09:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=400</guid>
		<description><![CDATA[เซ็ตอัพลำโพง เอาเทคนิคการ setup ลำโพงเบื้องต้นมาให้อ่านกันใช้ได้สำหรับ มือใหม่ และมือเก่า ซึ่งเทคนิคนี้ เป็นเพียงเบื้องต้นในการจัดวางลำโำำพงเท่านั้น ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เซ็ตอัพลำโพง เอาเทคนิคการ setup ลำโพงเบื้องต้นมาให้อ่านกันใช้ได้สำหรับ มือใหม่ และมือเก่า ซึ่งเทคนิคนี้ เป็นเพียงเบื้องต้นในการจัดวางลำโำำพงเท่านั้น</p>
<ol>
<li>วางลำโพงให้ห่างกันประมาณ 160 cm. ห่างผนังหลังประมาณ 30cm.</li>
<li>หาเพลงที่มีเสียงต่ำดีๆ ฟังเฉพาะเสียงต่ำอย่างเดียว โดยค่อยๆดึงลำโพงเข้าหาจุดนั่งฟังทีละประมาณ 5cm. จนกว่าจะได้เสียงความถี่ต่ำที่ดีที่สุด เท่าที่เราชอบ ( เสียงความถี่ต่ำมากเกินไป อาจจะบวม เบลอ เก็บตัวช้า ขาดความหนักแน่น เสียงกลางหนาเกินไป เวทีเสียงทึบ ความถี่ต่ำน้อยไป ขาดเบส เสียงกลางแห้ง เสียงแหลมจัด )เสียงต่ำที่ดีจะเป็นพื้นฐานที่ดีของเสียงโดยรวมทั้งหมด</li>
<li>หาเพลงที่มีเสียงร้องที่ดีๆ แน่ใจว่าเสียงร้องอยู่ตรงกลางเวทีเสียงแน่นอน ฟังโดยขยับลำโพงออกห่างจากกันข้างละประมาณ2.5cm. จนกว่าจะรู้สึกว่านักร้องยืนร้องเพลงให้เราฟัง แต่ต้องไม่รู้สึกว่าเสียงร้องสูงเกิน</li>
<li>ทีนี้มาหาโฟกัสของเสียงกลาง โดยขยับลำโพงออกห่างจากกัน สักข้างละประมาณ0.2ถึง0.3cm. (ขยับทีละนิดเดียว) โดยสังเกตว่าเสียงร้องได้โฟกัสที่เล็กลงหรือใหญ่ขึ้น ถ้าใหญ่ขึ้นให้ขยับเข้าหากันทีละน้อย ถ้าเล็กลงให้ขยับออกทีละน้อย จนกว่าจะได้เสียงร้องที่โฟกัสดีที่สุด</li>
<li>ให้สังเกตบรรยากาศของเสียงและตำแหน่งของเสียงดนตรี ว่ามีความชัดเจนดีหรือไม่ ถ้าดีแล้วก็จบ(พอแล้ว) ถ้าไม่ชัดเจนพอ อาจจะเกิดจากเสียงสะท้อนเสียงแรก มาถึงหูพร้อมๆกับเสียงตรง ต้องค่อยๆ โท-อินลำโพงเข้าหาจุดนั่งฟังทีละน้อย สังเกตความเปลี่ยนแปลงของเสียงว่าชัดเจนขึ้นหรือไม่ ถ้าชัดเจนขึ้นค่อยๆ โท-อินทีละนิดจนกว่าจะดีที่สุด ถ้าเสียงร้องเริ่มเป็นรูปตัว V เท่ากับ โท-อิน มากเกินไป ถ้าเสียงร้องตกลงต่ำกว่าตำแหน่งเดิม เสียงดนตรีกระจุกตัว ให้ขยับลำโพงออกห่างจากกันทีละน้อยโดย โท-อินไว้คงเดิม ในแนวระนาบนี้ การขยับลำโพง ขึ้น ลง เข้าหากัน แยกจากกัน อีกไม่มากนักคงจะได้เสียงที่ดีที่สุด เท่าที่ความสามารถของห้องจะให้ได้ครับ</li>
<li>สุดท้าย หากยังไม่มั่นใจว่าการ Set up ดีพอหรือยัง ขอให้มองภาพรวมเรื่องของ Tonal Balance ทางเสียงเป็นหลักก่อนในเบื้องต้น</li>
</ol>
<p>มีความสุขในการฟังเพลงครับ</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/speaker-basic-setup.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/speaker-basic-setup.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/speaker-basic-setup.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>DVD-A DTS 5.1 Foobar2000</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/dvd-a-dts-5-1-foobar2000.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/dvd-a-dts-5-1-foobar2000.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Nov 2009 03:46:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[DTS]]></category>
		<category><![CDATA[foobar2000]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=396</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ลองเล่น Foobar2000 มาระยะหนึ่ง จนตัวเองเริ่มพบปัญหาการใช้งานบ้างแล้ว วันนี้เลยขอแบ่งปันเทคนิคง่ายๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ หรือลืมไปแล้ว โดยที่โปรแกรม Foobar2000 เป็นโปรแกรมที่ดีมากในการเล่นเพลง สารพัดไฟล์ ไม่เปลืองสรรพยากร ที่สำคัญคือ ฟรี แต่ข้อเสียคือ ต้องเรียนรู้ในการปรับแต่งมันมากสักหน่อยเท่านั้นเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่ลองเล่น Foobar2000 มาระยะหนึ่ง จนตัวเองเริ่มพบปัญหาการใช้งานบ้างแล้ว วันนี้เลยขอแบ่งปันเทคนิคง่ายๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ หรือลืมไปแล้ว โดยที่โปรแกรม Foobar2000 เป็นโปรแกรมที่ดีมากในการเล่นเพลง สารพัดไฟล์ ไม่เปลืองสรรพยากร ที่สำคัญคือ ฟรี แต่ข้อเสียคือ ต้องเรียนรู้ในการปรับแต่งมันมากสักหน่อยเท่านั้นเอง</p>
<p>หลายคนที่ Download DVD-A แบบ DTS 5.1 มาแล้วไม่สามารถเล่นได้ใน Foobar2000 ได้ ผมเลยหาวิธีการแก้ไขให้สามารถเล่น file DTS 5.1 ใน Foobar2000</p>
<p>1. download component <a href="http://www.foobar2000.org/components/view/foo_input_dts"> DTS decoder 0.2.4 / foo_input_dts </a></p>
<p>และ download <a href="http://skipyrich.com/wiki/Foobar2000:Channel_Mixer"> foo_channel_Mixer</a></p>
<p>แตกไฟล์ และนำลงไปวางใน Folder foobar2000&gt;components</p>
<p>2. เปลี่ยน file type ให้เป็น .dts</p>
<p>วิธีการเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ / how to change file type based on Windows XP<br />
2.1 เข้่าไปที่ Window Explorer &gt; Tools &gt; Folder Options &gt; View &gt; Hide extensions for known file types ให้ uncheck เครื่องหมายถูกออก เพื่อเราจะสามารถเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ได้<br />
2.2 เปลี่ยนชื่อไฟล์เพลงที่เราต้องการจะเล่น เช่้น music001.wav เป็น music001.dts</p>
<p>เท่านี้ก็จะเล่นไฟล์ DVD-A DTS 5.1 ได้แล้ว หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้เลย</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/dvd-a-dts-5-1-foobar2000.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/dvd-a-dts-5-1-foobar2000.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/dvd-a-dts-5-1-foobar2000.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รวมเบอร์โทร ที่อยู่ ร้านขายเครื่องเสียง Hifi &#8211; Home theater ราคาพิเศษ</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 05:08:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[Hifi]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าเครื่องเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเสียง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=386</guid>
		<description><![CDATA[ถามกันมามาก ว่าซื้อเครื่องเสียง ที่ไหน ร้านไหนกันดี ราคาพิเศษ ถูกๆ มีโปรโมชั่น มีผ่อน 0% เลยรวบรวมเบอร์โทรให้สอบถามราคากันเอาเองครับ 

Bangkok Hifi Home theater LCD LED Plasma retailer Contact address and Tel phone number]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถามกันมามาก ว่าซื้อเครื่องเสียง ที่ไหน ร้านไหนกันดี ราคาพิเศษ ถูกๆ มีโปรโมชั่น มีผ่อน 0% เลยรวบรวมเบอร์โทรให้สอบถามราคากันเอาเองครับ<br />
Bangkok Hifi Home theater LCD LED Plasma retailer Contact address and Tel phone number</p>
<p>stereo house (ราชดำริ)<br />
Stereo House<br />
บ.สเตอริโอเฮาส์ จำกัด .47/16 บางกอกบาซาร์ ถ.ราชดำริห์ แขวงลุมพินี เขต ปทุมวัน กทม<br />
0-2253-4683-6<br />
0-2255-2584-9</p>
<p>union stereo (ราชดำริ)<br />
Union Stereo<br />
หจก.ยูเนียนสเตอริโอ. 89/26 ศูนย์การค้าบางกอกบาซาร์. ถ.ราชดำริ แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กทม<br />
0-2253-2979<br />
0-2253-3519<br />
0-2655-1946</p>
<p>สหวิทยุไฮไฟ  (ราชดำริ)<br />
Sahavitayu Hi-Fi<br />
บ.สหวิทยุไฮไฟวิชั่น จำกัด .89/34-35 ถ.ราชดำริห์ แขวงลุมพินี เขต ปทุมวัน กทม 10330<br />
0-2253-2323<br />
0-2253-2424</p>
<p>Future world (คลองเตย)<br />
0-2249-6223<br />
0-2240-1007<br />
0-2672-9501</p>
<p>เดี๋ยวเจอร้านไหนดีๆ จะเข้ามาเพิ่มเติมให้อีก</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Set up อย่างไร จึงจะรีดคุณลักษณะของเครื่องเสียงออกมาให้ได้มากที่สุด</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b9%89first-step-before-set-up-hi-fi-system.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b9%89first-step-before-set-up-hi-fi-system.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2009 07:37:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[Hifi]]></category>
		<category><![CDATA[room acoustic]]></category>
		<category><![CDATA[setup]]></category>
		<category><![CDATA[total balance]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=203</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนหน้าที่จะตั้งคำถามนี้ขึ้นมา ได้ลองทบทวนความรู้ที่มีอันน้อยนิด ขยับนั่นปรับนู้นนิด นี่หน่อย หาความรู้เพิ่มเติม สอบถามจากเพื่อนๆพี่ๆที่มีประสบการณ์หาแนวทางปรับปรุง แต่ก็ยังได้ผลที่ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เลยพาลให้คิดว่าเราอาจฟังไม่ออก หรือฟังไม่เป็นก็เป็นได้ แต่เมื่อไปปลายสัปดาห์ได้แวะไปเที่ยวงานที่ทาง What Hi-Fi? จัด ก็พบว่า เมื่อห้องใด และเครื่องเสียงได้รับการจัดอย่างลงตัวแล้ว เราในฐานะผู้ฟังสามารถบ่งบอกถึงประสิทธิภาพ และศักยภาพของเครื่อง ห้อง เรียกได้ว่าจำแนกได้อย่างชัดเจนเด็ดขาด ดังนั้น สาเหตุหลักมิได้มาจากการ set up ที่ไม่ถูกหู ไม่ว่าจะเป็นการ set ให้หวาน หรือ set ให้คมขึ้นขอบ ให้เสียงจัดจ้าน หรือจัดตามสไตล์ที่ชอบ แต่คือการ set up ที่ไม่สามารถระบุความสามารถของเครื่อง อันได้แก่ ไดนามิคคอนทราส (dynamic contrast) ไดนามิคเรนจ์ (dynamic length) อิมเแพค (impact) อิมเมจ (Image) ซาวนเสตจ (Sound stage) ทิมเบอร์ (Timbre) และรวมถึงห้อง หรือภาษาที่พี่ๆหลายท่านเรียกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนหน้าที่จะตั้งคำถามนี้ขึ้นมา ได้ลองทบทวนความรู้ที่มีอันน้อยนิด ขยับนั่นปรับนู้นนิด นี่หน่อย หาความรู้เพิ่มเติม สอบถามจากเพื่อนๆพี่ๆที่มีประสบการณ์หาแนวทางปรับปรุง แต่ก็ยังได้ผลที่ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เลยพาลให้คิดว่าเราอาจฟังไม่ออก หรือฟังไม่เป็นก็เป็นได้ แต่เมื่อไปปลายสัปดาห์ได้แวะไปเที่ยวงานที่ทาง What Hi-Fi? จัด ก็พบว่า เมื่อห้องใด และเครื่องเสียงได้รับการจัดอย่างลงตัวแล้ว เราในฐานะผู้ฟังสามารถบ่งบอกถึงประสิทธิภาพ และศักยภาพของเครื่อง ห้อง เรียกได้ว่าจำแนกได้อย่างชัดเจนเด็ดขาด</p>
<p>ดังนั้น สาเหตุหลักมิได้มาจากการ set up ที่ไม่ถูกหู ไม่ว่าจะเป็นการ set ให้หวาน หรือ set ให้คมขึ้นขอบ ให้เสียงจัดจ้าน หรือจัดตามสไตล์ที่ชอบ</p>
<p>แต่คือการ set up ที่ไม่สามารถระบุความสามารถของเครื่อง อันได้แก่ ไดนามิคคอนทราส (dynamic contrast) ไดนามิคเรนจ์ (dynamic length) อิมเแพค (impact) อิมเมจ (Image) ซาวนเสตจ (Sound stage) ทิมเบอร์ (Timbre) และรวมถึงห้อง หรือภาษาที่พี่ๆหลายท่านเรียกว่า set เครื่องให้ฟ้องห้อง</p>
<p>ประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น อาจหมายรวมถึงอุปกรณ์หลัก (Component) และอุปกรณ์เสริม (Accessory) ที่สามารถส่ง หรือสะท้อน (ฟ้อง) ออกมาได้</p>
<p>เรื่องเล่ายามวิกาล</p>
<p>เวลา 5 ทุ่มสำหรับหลายท่านคือเวลาพักผ่อน แต่กระทาชาย 2 นายกลับขะมักเข่มในการสนทนาประสาคนชอบเครื่องเสียง หาในแนวทาง และสร้างความเข้าใจต่อสภาพแวดล้อมของเครื่องเสียง ทั้งขาเข้า และขาออกของเสียง และคลื่นเสียง</p>
<p>เรื่องมันเริ่มต้นจากการโทรศัพท์พูดคุย ถามไถ่ อธิบาย ปรึกษา หารือ จนคนอธิบายอดรนทนไม่ไหว จึงต้องเอ่ยปาก สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าหูได้ยิน อย่ากระนั้นเลย ความอดทนมาถึงขีดจำกัด กระทาชายนายนั้นจึงออกเดินทางอย่างเร่งด่วน เพื่อไปยังห้องฟังของผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียง การไปถึงห้องฟังครั้งนี้ พบว่าต่างจากครั้งก่อนมาก เนื่องจากตลอดเวลากว่า 6 เดือนที่ไม่ได้เจอะเจอ พบปะ แต่ยังพูดคุยผ่านสายโทรศัทพ์ และตัวหนังสือผ่านเว็บไซต์แห่งนี้ มีอยู่อย่างประปราย ตามกระแส และสายลมจะอำนวย ความแตกต่างที่ว่า คือความรู้สึกที่สามารถสัมผัส และลึกซึ้งกว่าการไปเยี่ยมเยือนครั้งก่อน</p>
<p>คำแรกที่หลุดออกมาจากปาก คือ เสียงอุทานตกใจ กับห้องฟังที่สัมผัสถึงความฉ่ำหวาน ปริมาณเสียงก้อง สะท้อนอยู่ในปริมานที่กำลังดี พอเหมาะพอใจ ไม่ดูด แต่ก็ไม่สะท้อนจนทำให้เกิดเสียงก้องอู้ เอาเป็นว่าได้ยิน</p>
<p>เสียงพูดของตัวเองยังหลงได้ง่ายๆ (ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องแอบไปทำอะไรบ้างหรือเปล่า ระหว่างที่ไม่เจอกันมาหลายเดือน) ชุดเครื่องเสียงต้องขอเรียกว่า Hi-End ไม่เบา เพราะราคาหนักโข (แซว แซว) แต่ขออภัยที่ไม่ได้เก็บรายละเอียดทั้งหมดมา เนื่องจากมัวแต่ฟัง เท่าที่จำได้เลาๆ ก็จะเป็น Totem model 1 signature, เครื่องกรองไฟ Accuphase ตัวเขื่อง, ปรีแอมป์จาก Mark Levinson, แอมป์ mono blog ขนาดรถถัง(จำลอง) จาก Krell, CD จาก T+A, สายสัญญาน และสายไฟเส้นเท่างูเห่าตัวย่อมๆ ผ่านการยกสาย และจัดเรียงสายเป็นอย่างดี ต่อผ่านปลั๊ก Audio Grade ชั้นนำอย่าง Wattgate รวมถึงการปรับแต่งห้องด้วยอุปกรณ์ด้านอคูสติก อีกจำนวนหนึ่ง ที่ทำให้ห้องฟังแล้วฉ่ำหวาน ระรื่นหูยิ่งนัก</p>
<p>แผ่นแรกที่ใส่เข้าไป คือนักร้องเจ้าของเสียงระฆังแก้วที่ขับขานออกมา ได้อย่างหวาน เพราะเสนาะจับใจยิ่งนัก ไร้ซึ่งความสด คม แข็งจากลำโพง Totem ที่เอียงหน้า Toe-in กว่า 10 องศาไปเลย แถมด้วยเทคนิค ที่ทำให้ถึงกับตะลึงแทบจะตกจากเก้าอี้นั่งฟังกันเลยทีเดียว (เทคนิคที่ว่า รอเจ้าของเทคนิคจัดสาธิตเองจะดีกว่า เนื่องจากทักษะการอธิบายของผมยังไม่ถึงขั้น) จากนั้นแผ่นอื่นๆ ก็ค่อยๆบรรจงถูกบรรจุผ่านเครื่องเล่น แผ่นแล้วแผ่นเล่า เพื่อชี้ให้เห็นถึง Tonal Balance ของการ set up ว่าการ set up ต้องดูกันทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง ยันปลายทาง พูดง่ายๆ คือ เครื่อง คน และห้อง ผ่านการ set up ที่ต้องคุม และรักษาสมดุลของเสียง กลาง แหลม และเสียงต่ำ ไว้ให้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งการฟังแบบธรรมดา เบา และดัง เมื่อได้ Tonal balace แล้วจึงมาลงรายละเอียด ในรายละเอียดกันอีกครั้ง นั่นก็คือเรื่องของเวลาที่จะมาเป็นตัวตัดสิน ว่าควรจะต้องปรับปรุงอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ Sound stage, imaging, ขนาด และความเป็นตัวตนของชิ้นดนตรี ตรวจสอบดูอย่างละเอียดละออ หนังกลองมีความตึง หรือหย่อนแค่ไหน เช่น หากเสียงที่ได้เกิดไวเกินไป หมายถึง เสียงของคุณมีแนวเสียงสด และจัด แนวทางการแก้ไขคือ ให้ดึงลำโพงถอยหลัง เพื่อสร้างให้เกิดสมดุล คือทำให้ช้าลงนั่นเอง กล่าวคือ การ set up ด้วยความชอบแทบจะหมดไป เพราะเมื่อ set up ได้ดี และถูกต้องตาม Tonal balance สิ่งที่คุณได้คือ ความเป็นดนตรีนั่นเอง ดังนั้น ก่อนที่จะแก้ไขได้ถูกวิธีจะต้องมีการฟังให้ออก ฟังให้เป็น เข้าใจระบบทั้งหมดของเครื่องเสียง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ และการเรียนรู้ของแต่บุคคลนั่นเอง</p>
<p>ท้ายของเรื่องนี้ต้องขอบคุณพี่โจ๊ ยุทธพงศ์ที่ชี้แนะให้เห็น และเข้าใจถึงที่มาที่ไป รวมถึงความเสียสละเวลาพักผ่อน เวลาครอบครัวมาให้ผมอย่างสุดซึ้งด้วยใจจริงครับ และเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ หากข้อมูลข้างต้น อ่านแล้วไม่เข้าใจต้องขออภัยในทักษะการท่ายถอดของผมด้วยครับ หรีอหากมีข้อสงสัยสอบถามได้เลยครับ ยินดีช่วยเหลือเต็มที่ครับ เพิ่มเติมจากกระทู้ :  <a href="http://www.audio-teams.com/webboard/?ca1=16&amp;id=46338" title="Set up อย่างไรจึงจะรีดคุณลักษณะของ ห้องฟัง เครื่องเสียง ออกมาให้ได้มากที่สุด"><span class="fontlink_big_result">www.audio-teams.com/webboard/?ca1=16&amp;id=46338</span></a></p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b9%89first-step-before-set-up-hi-fi-system.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b9%89first-step-before-set-up-hi-fi-system.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/%e0%b9%89first-step-before-set-up-hi-fi-system.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Newbie Audiophile</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/newbie-audiophile.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/newbie-audiophile.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2009 06:43:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[newbie]]></category>
		<category><![CDATA[tips]]></category>
		<category><![CDATA[voodoophile]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=185</guid>
		<description><![CDATA[มือใหม่หัดขับ ทำอย่างไรให้เครื่องเสียงของคุณแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณค้นพบศักยภาพของเครื่องที่คุณเก็บหอม รอบริบเพื่อที่จะซื้อมันมา ลองดูสักหน่อยจะเป็นไรไป เข้าทำนองรู้ไว้ใช่ว่า ... ข้อแนะนำทั้ง 10 ข้อนี้ ถือเป็นปฐมบทในการเริ่มเล่นเครื่องเสียง ของมือใหม่หัดขับ หรือบรรดามือเก๋าทั้งหลาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มือใหม่หัดขับ ทำอย่างไรให้เครื่องเสียงของคุณแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณค้นพบศักยภาพของเครื่องที่คุณเก็บหอม รอบริบเพื่อที่จะซื้อมันมา ลองดูสักหน่อยจะเป็นไรไป เข้าทำนองรู้ไว้ใช่ว่า &#8230; ข้อแนะนำทั้ง 10 ข้อนี้ ถือเป็นปฐมบทในการเริ่มเล่นเครื่องเสียง ของมือใหม่หัดขับ หรือบรรดามือเก๋าทั้งหลาย</p>
<p><strong>1. อ่านคู่มือเครื่องเสียง</strong></p>
<p>บางคนซื้อเครื่องมาจนขายมันทิ้งไปไม่เคยแม้แต่จะอ่านคู่มือ เพราะเห็นว่าใช้งานได้ไม่ซับซ้อนแค่เสียบสายแล้วกดสวิตซ์ แต่หารู้ไม่ว่านั้นอาจพลาดข้อมูลดีๆ ที่ผู้ผลิตแนะนำเอาไว้ในนั้น เช่น เครื่องบางเครื่องไม่แนะนำให้ใช้กับสายลำโพงบางประเภท, ปรีหรือเพาเวอร์บางตัว สามารถปรับเกนขยายให้เหมาะกับเครื่องอื่นได้, ลำโพงบางคู่ต้องวางให้ระดับหูอยู่ระหว่างทวีตเตอร์กับวูฟเฟอร์ เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้นก่อนจะบ่นว่าเป็นเสียงไม่ดี จะขายมันทิ้งควรอ่านคู่มือมันก่อน ปรับให้มันทำงานได้ถูกต้องตามที่มันถูกออกแบบเสียก่อน แต่ลองดูแล้วชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน</p>
<p><strong>2. ขยับลำโพง</strong></p>
<p>บางคนอีกนั้นแหละครับ ซื้อลำโพง วางอย่างไรก็อยู่อย่างนั้นไม่ขยับอีกเลย แม้ว่าจะเปลี่ยนอะไรไปอีก ตำแหน่งที่ตั้งลำโพงนี้มีความสำคัญมาก วางห่างกัน 5-10 ซม.ผลที่ได้ต่างกันมาก นักฟังที่ดีควรขยันขยับ ลำโพงเดินหน้า ถอยหลัง ขยับซ้ายขวา ปรับโทอิน ขยับเก้าอี้ที่นั่งฟังใกล้บ้าง ไกลบ้าง ไปตามเรื่อง</p>
<p>หาจุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องและอุปกรณ์ในชุดขณะนั้น</p>
<p>การขยับลำโพงบ่อยๆยิ่งเพิ่มพูนประสบการณ์การฟัง เมื่อเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ทุกครั้งควรหันมาสนใจขยับลำโพงด้วย และควรตรวจสอบด้วยว่าวางอยู่ในแนวดิ่ง แนวระดับที่ถูกต้อง เดือยแหลมที่ขาตั้งควรปรับให้จิกลงบนพื้น นิ่งบนพื้น แน่นทุกตัว ไม่ใช่แบบโยเยกโคลงเคลง พวกนี่ลดคุณภาพลำโพงไปหลายส่วนทั้งนั้น</p>
<p><strong>3. ถอดอุปกรณ์เสริมต่างๆ ออก</strong></p>
<p>เล่นมาพอสมควร เครื่องเคียงอุปกรณ์เสริมคงมีพอสมควร พวกอุปกรณ์เสริมคุณภาพต่ำทั้งหลายนี้ก็ตัวดี ใส่เข้าไปเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เน้นแต่เชิงประมาณ คุณภาพถดถอย อย่างพวกตัวกรองไฟ หรือ ferrite Ring ทิปโทที่คุณภาพต่ำ</p>
<p>เมื่อตอนที่ประสบการณ์(การฟัง)น้อย ใส่เข้าแล้วถึงตาโต ได้ความใส เบสกระชับ ประทับใจเหลือหลาย ใส่แล้วใส่เลยไม่ได้สนใจมันอีก เปลี่ยนอีกกี่ชุดต่อกี่ชุด ก็ติดมันเอาไว้ คิดว่าดีแน่ หารู้ไม่ว่ายาพิษทั้งนั้น</p>
<p>หากมีทักษะมากขึ้น ขอให้ลองไม่ต่อผ่านมันดูเถอะครับ จะรู้ว่ามันขโมยบรรยากาศในเพลงไปเสียนาน ความใสและเบสกระชับนั้น เป็นแค่เสียงแหลมที่จัดแห้ง เบสห้วนๆเท่านั้นเอง ดังนั้นก่อนจะเปลี่ยนเครื่องควรลองถอดพวกเครื่องเคียงพวกนี้ออก ลองดูหน่อยนะครับว่าตัวที่ใส่ไว้อยู่ในประเภทนี้หรือเปล่า</p>
<p><strong>4. สลับขั้วปลํ๊กไฟเอซี</strong></p>
<p>เครื่องเสียงบางเครื่องออกแบบมาปลั๊กเป็นแบบสองขา มีเฉพาะ Line (L) กับ Neutral (N) ไม่มี Ground(G) สามารถที่จะสลับขั้วปลั๊กระหว่าง L กับ N ได้ เครื่องพวกนี้เค้าออกแบบให้ภาคจ่ายไฟมีฉนวน 2ชั้น โดยจะเห็นมีสัญลักษณ์ สี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันสองรูปที่หลังเครื่อง หมายความว่าหากเกิดความชำรุดเสียหายจะไม่มีไฟรั่วมาที่ตัวถัง</p>
<p>จึงไม่จำเป็นต้องมีกราวนด์ที่ตัวถัง</p>
<p>เค้าออกแบบมาสำหรับระบบไฟฟ้าที่ไม่มีกราวนด์ แต่เมื่อเสียบปลั๊กและเปิดใช้งานจะพบว่าทิศทางของปลั๊ก มีผลกับโวลต์ ระหว่างตัวถังกับกราวนด์ดิน มากบางน้อยบ้างแล้วแต่เครื่อง โดยทั่วไปควรเสียบปลั๊กในทิศทางที่ทำให้ โวลต์ที่ตัวถังเครื่อง กับกราวนด์ดินต่ำที่สุด ซึ่งจะเป็นทิศทางถูกต้องตามที่วงจรถูกออกแบบมา</p>
<p>โดยขณะวัดให้ถอดสายสัญญาณที่เชื่อมต่อออกทั้งหมด เปิดเครื่องแล้ววัด AC Volt Meter หรือ ใช้ไขควงเช็คไฟจดหรือสังเกต แล้วสลับขั้วไปอีกด้าน แล้ววัดเปรียบเทียบ ทิศทางที่ที่วัดค่าไฟได้ต่ำกว่า หรือไขควงสว่างน้อยกว่า น่าจะดีกว่า แต่ให้ดีลองฟังด้วยก็ดีครับ เพราะมีบางเครื่องที่วัดได้มีค่าสูง แต่เสียงดีกว่า แต่ไม่ค่อยเจอเท่าไร</p>
<p>เรื่องนี้ในบางยี่ห้อเช่น Luxman ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ขนาดติดอุปกรณ์ตรวจสอบทิศทางขั้วมาพร้อมกับเครื่องเลยทีเดียว</p>
<p><strong>5. ตรวจสอบสภาพจุดต่อต่างๆ</strong></p>
<p>เรื่องนี้ก็ไม่ควรมองข้ามครับ</p>
<p>กระแส สัญญาณต่างๆต้องผ่านจุดต่อพวกนี้ เมื่อใช้ไปนานควรตรวจสอบว่ายังมีสภาพดีแน่นหนาอยู่หรือไม่ หน้าสัมผัสไม่เกิดออกไซค์จนกีดข้วางทางเดินสัญญาณ ลดทอนรายละเอียดเสียงไปหลาย ควรเช็คล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดหน้าสัมผัส อย่างน้อยก็ 6เดือนครั้ง</p>
<p>ขั้วไฟฟ้าที่ไม่แน่นหนาพอ อาจจะทำให้จ่ายกระแสได้ไม่เต็มที่ เสียงจะเบลอร์ หรือรุนแรงจนเกิดการสปากส์ ทำให้เครื่องเสียหายได้</p>
<p>จุดต่อระหว่างสายกับขั้วต่อจำพวกนี้ ก็สำคัญ โดยเฉพาะที่ต่อกันเอง พวกนี้เปิดหัวออกมาสนิมทองแดงเขียวเลยก็มี หากเจอแบบนี้ก็ควรตัดเชื่อมต่อใหม่ให้เรียบร้อย</p>
<p><strong>6. จับแยกให้ห่างจากกัน</strong></p>
<p>ข้อนี้ก็ทำได้เลยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว</p>
<p>เครื่องเสียงและสายต่าง ปกติจะมีสนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้ากระจายออกมารอบตัวมัน ส่วนใหญ่ออกมาจากพวกภาคจ่ายไฟ ยิ่งใกล้ยิ่งมีมาก สนามแม่เหล็กไฟฟ้าพวกนี้จะรบกวนการทำงานของเครื่อง และสัญญาณเสียงต้นฉบับ จะทำให้เสียงขาดไดนามิค เวทีและโน้ตเสียงคลุมเครือไม่สะอาด ดังนั้นควรจัดวางเครื่องให้ห่างจากกัน ไม่วางซ้อนกัน</p>
<p>สายไฟ สายลำโพง สายสัญญาณควร แยกออกให้ห่างกัน หากเลี่ยงไม่ได้ควรให้พาดกันในลักษณะตัดกันเป็นกากบาท ไม่ให้วางขนาดกันไป หากขยันไปกว่านั้น เปิดฝาเครื่องดูสายไฟที่ภาคจ่ายไฟที่จ่ายให้กับวงจรในแต่ละชุด ควรจับแยกออกจากกัน พวกนี้มีผลแน่คุ้มค่าเพราะไม่ต้องเสียอะไร</p>
<p><a href="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/uploads/2009/03/stereo_hifi_handbook.jpg"><img class="size-medium wp-image-188 alignright" style="margin: 5px;" title="stereo_hifi_handbook" src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/uploads/2009/03/stereo_hifi_handbook-283x300.jpg" alt="stereo_hifi_handbook" width="283" height="300" /></a></p>
<p><strong>7. ต่อกราวด์ลงดิน</strong></p>
<p>ข้อนี้น่าจะเป็นข้อแรกเสียด้วยซ้ำ เสียงดีขึ้นเป็นของแถม ที่สำคัญเป็นเรื่องความปลอดภัยกับชีวิตครับ</p>
<p>สำหรับเครื่องที่เค้าออกแบบต้องมีกราวด์ ไม่มีสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันสองรูปที่หลังเครื่อง ก็ต้องต่อกราวด์ให้เรียบร้อย เพราะเค้าออกแบบให้กระแสไฟฟ้าไหลลงกราวด์ที่ตัวถังเครื่อง หากไม่ได้ต่อ, หักขากราวด์ของมันทิ้ง หากเกิดการชำรุดหรือลัดวงจร ไฟฟ้ามันจะเอาเราเป็นทางผ่านลงกราวด์แทน ไม่รู้ด้วย</p>
<p>หากบ้านมีกราวด์อยู่แล้ว ก็ให้ต่อกราวด์จากจุดเดิม ไม่ควรติดตั้งกราวด์ใหม่ เนื่องจากจะกลายเป็นมีกราวด์หลายจุด เกิดปัญหากราวด์ลูปได้ แต่หากไม่มี ควรติดตั้งครับ และเมื่อทำ ควรทำให้ถูกหลักการครับ</p>
<p>โดยการตอกแท่งทองแดงหรือเหล็กหุ้มทองแดงยาวประมาร 2 เมตร ลงในดินจนจมมิด เว้นไว้เฉพาะจุดต่อสายเพื่อไม่ให้ผุและตรวจสอบได้ง่าย ต่อสายมายังปลั๊กก่อนจ่ายให้ชุดเครื่องเสียง ให้ดีตอกไปซัก 2-3 ต้นเรียงเป็นแถวห่างกันประมาณ 2 เมตร แท่งหนึ่งไม่กี่สตางค์ แล้วต่อพ่วงเข้าด้วยกันเป็นจุดเดียวอีกที เป็นการลดความต้านทานของกราวนด์ลงให้ต่ำที่สุด</p>
<p>สายที่นำมาต่อควรมีขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่าสายเมนละครับ จะได้ปลายแหลมที่สะอาดไม่แยงหูให้รำคาญ มิติเป็นตัวตนยิ่งขึ้น บางเครื่องที่เคยมีเสียงฮัมจะลดน้อยลงหรือเงียบไปเลย</p>
<p><strong>8. เปลี่ยนสายไฟเอซีฯ</strong></p>
<p>ปัจจุบันข้อสงสัยที่ว่า “สายไฟมีผลต่อเสียงไหม” คงไม่ต้องพูดถึงแล้ว หากสายไฟยังเป็นแบบติดมากับเครื่องอยู่ ก็ถึงคราวเปลี่ยนแล้วละครับ</p>
<p>ที่เลือกเปลี่ยนสายไฟแทนที่จะเป็นสายอย่างอื่นเพราะพวกสายอื่นๆ ปรับปรุงอย่างน้อยก็ต้องมี 3-4 พัน ถึงได้จะได้ดีกว่าตัวเก่าอย่างเห็นหน้าเห็นหลัง แต่สายไฟเอซียาวประมาณ 1.5 เมตร พันกว่าบาทก็มีดีๆให้เลือกหลายเส้นแล้ว ใช้งานได้นานไม่บุบสลาย เปลี่ยนเครื่องไปพวกนี้ยังนำมาใช้ได้อีก หากมีสายไฟเอซีที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเสียงอยู่แล้ว ควรทดลองสลับดูละครับว่าเส้นไหนเหมาะกับเครื่องไหนของเรา เพราะสายแต่ละเส้นเหมาะกับเครื่องไม่เหมือนกัน</p>
<p><strong>9. เดินสายไฟเอซีมาที่ห้องโดยเฉพาะ</strong></p>
<p>ทำยากขึ้นมาอีกนิดครับ</p>
<p>โดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเวลาทำงาน จะมีการปล่อยสัญญาณรบกวนที่เกิดจากทำงานเข้ามาในระบบไฟภายในบ้าน มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นกับชนิดของอุปกรณ์ พวกที่หนักๆก็อย่างเช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น หรือตัวหรี่ไฟแสงสว่าง(ดรีมเมอร์) หลอดประหยัดไฟทั้งหลาย และอุปกรณ์ที่มีภาคจ่ายไฟเป็นแบบสวิทซิ่ง สัญญาณรบกวนพวกนี้จะเข้ามากก่อกวน การทำงานของเครื่องโดยผ่านมาทางสายไฟ ทำให้เสียงแย่ลง แยกมิติสเตอริโอไม่ดี ไม่สะอาด ช่องวางชิ้นดนตรีแย่เป็นต้น</p>
<p>เครื่องที่ออกแบบมาไม่ทนทานต่อสัญญาณรบกวนพวกนี้ อาจทำงานผิดพลาดไปเลย การแก้ไข้โดยใช้ตัวกรองไฟ จากประสบการณ์ ผลข้างเคียงมีมาก ส่วนใหญ่ไม่คุ้ม แนะนำให้เดินสายไฟมาที่ห้องเครื่องโดยเฉพาะมากกว่า</p>
<p>โดยทำการต่อออกมาจากแผงไฟฟ้ารวมของบ้าน จะลดโอกาสที่สัญญาณรบกวนนั้น จะเข้ามารบกวนการทำงานของเครื่องให้ทุเลาไปมาก</p>
<p><strong>10. ปรับปรุงอคูสติกของห้อง</strong></p>
<p>คราวนี้มาถึงเรื่องใหญ่แต่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ หากปรับปรุงอย่างถูกวิธี เพราะห้องเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการเล่นเครื่องเสียง นักเล่นที่มีห้องฟังที่ออกแบบมาโดยเฉพาะนับว่ามีบุญวาสนาสูง ส่วนพวกที่ต้องอาศัยห้องนอนห้องรับแขก ควรทำใจไว้บ้างครับ</p>
<p>ปรับเปลี่ยนเครื่องอย่างไรก็ไม่ได้อย่างใจ ปัญหามันอาจจะอยู่ที่ห้อง ที่อยากฝากไว้คือ อย่าลงทุนปรับปรุงชุดเครื่องเสียงโดยไม่ปรับปรุงห้องไป พร้อมๆกัน เพราะมันจะทำให้การลงทุนเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมากและเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ไม่สามารถก้างตำราตอบเป็นฉากๆได้ จะให้ดี ควรปรึกษาผู้รู้ให้เค้าแนะนำเป็นกรณีไปจะดีกว่า</p>
<p>ให้ดีควรให้เค้ามาฟังด้วยกันในห้องฟัง แค่บอกเล่าเค้านึกภาพไม่ออกหรอกครับ ห้องใครห้องมันว่างันเถอะ</p>
<p>ปัจฉิมลิขิต</p>
<p>ในการปรับปรุงเครื่องเสียง มีวิธีการมากมายกว่านี้ พิศดารล่ำลึกจนคนธรรมดาทั่วไปคิดไม่ถึงก็แล้วกัน ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง คุ้มบ้างไม่คุ้มบ้าง แต่ที่คัดเลือกมา 10 หัวข้อข้างต้น เพราะคิดว่าคุ้มค่าและไม่ค่อยมีผลข้างเคียงไปทางลบ ที่ผมไม่แนะนำให้เข้าไปปรับปรุงอุปกรณ์ภายในเครื่อง เพราะผลของมันแปลผันสูง ไม่แน่นอน ขึ้นกับอุปกรณ์ที่นำมาเปลี่ยน เกรดดีกว่าก็ใช่ว่าเสียงจะดีกว่าเสมอไป และฝีมือคนทำ</p>
<p>ที่สำคัญโมฯไปแล้วคราวนี้จะขายออก เงินที่ลงทุนไปกับอุปกรณ์แพงๆนั้นก็สูญเปล่า ขายต่อก็ยากและเสียราคา สู้ไม่ไปยุ่งกับมัน หันมาปรับสภาพแวดล้อมของมันจะเป็นทางออกที่ดีกว่า</p>
<p>หากได้ลองทำตามที่แนะนำจนหมดแล้ว ยังไม่ถึงที่ต้องการ ยังอยากเปลี่ยนส่วนอุปกรณ์หลักๆอยู่ ก็ขอให้ใช้สติคิดให้รอบคอบละครับ ว่าจะเปลี่ยนอะไรออกอะไรเข้า จะได้ไม่กลายเป็นพายเรือในอ่าง</p>
<p>มีคำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่โชคร้าย ชุดแรกที่ซื้อมา แนวเสียงที่มีอยู่ไม่ใช่ที่ต้องการเลย เช่นชอบแหลมแบบทอดไปไกลมากๆ แต่ที่มีอยู่แหลมเก็บตัวเร็ว นุ่มหวาน อะไรทำนองนี้ แนะนำมองลำโพงก่อนครับ เพราะบุคลิกหลักๆ ทุ้ม กลาง แหลม ส่วนใหญ่จะมาจากลำโพงนี้เอง อย่าไปหวังว่าเปลี่ยนสายต่างๆ จะทำให้แหลมเก็บตัวเร็วกลายเป็นแหลมสุดเสียงสังข์</p>
<p>แต่หากพอใจในแนวเสียงแล้วระดับหนึ่ง อยากได้ ความนิ่ง รายละเอียด มิติเวที ความสะอาดของวง ก็ควรไปมองที่ภาคขยายหรือที่ต้นสัญญาณแทน แต่หากโชคดีได้เสียงใกล้เคียงที่อยากได้แล้ว เหลืออีกนิดหน่อยๆ อย่างนี้ควรหันมาหาพวกสายต่างๆ หรือพวกเครื่องเคียงต่างๆ ที่มีขายอยู่เกลื่อน</p>
<p>แต่ขอให้เลือกตัวที่มีคุณภาพดีก็แล้วกัน</p>
<p>นักเล่นที่ดีควรเปลี่ยนเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ มีสติ ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะอารมณ์ เปลี่ยนเมื่อพร้อม แต่เวลาเมื่อไร และความพร้อมเมื่อไร ก็แล้วแต่บุญที่ทำกันมา ของใครของก็ของคนนั้นละครับ</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/newbie-audiophile.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/newbie-audiophile.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/newbie-audiophile.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลำโพงพ้นเบิร์น หรือยัง</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/speakers-burn-in-period.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/speakers-burn-in-period.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2009 06:12:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[Hifi]]></category>
		<category><![CDATA[burn-in]]></category>
		<category><![CDATA[Speakers]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=171</guid>
		<description><![CDATA[จะรู้ได้อย่างไรว่า ลำโพงพ้นเบิร์นแล้ว ??

คำถามนี้เชื่อว่าคาใจหลายๆคน ที่ซื้อลำโพงใหม่เอี่ยม หรือกับลำโพงที่ห่างหายการใช้งาน เป็นช่วงที่เรียกว่าทรมานเลยทีเดียว ใจก็อยากได้ยินเนื้อแท้ของลำโพง แต่กว่าลำโพงจะสุกได้ที่ก็ต้องใช้ความอดทน ในช่วง burn-in period นั้นเอง วันนี้เลยมาเขียนจุดสำหรับสังเกตดูว่า ลำโพงพร้อมใช้งาน หรือยัง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จะรู้ได้อย่างไรว่า ลำโพงพ้นเบิร์นแล้ว ??</p>
<p>คำถามนี้เชื่อว่าคาใจหลายๆคน ที่ซื้อลำโพงใหม่เอี่ยม หรือกับลำโพงที่ห่างหายการใช้งาน เป็นช่วงที่เรียกว่าทรมานเลยทีเดียว ใจก็อยากได้ยินเนื้อแท้ของลำโพง แต่กว่าลำโพงจะสุกได้ที่ก็ต้องใช้ความอดทน ในช่วง burn-in period นั้นเอง วันนี้เลยมาเขียนจุดสำหรับสังเกตดูว่า ลำโพงพร้อมใช้งาน หรือยัง</p>
<p>ปกติช่วงของการ run-in ของลำโพง หรือที่เราๆ ท่านๆ เรียกว่าการเผาลำโพง (loudspeakers burning) จะอยู่ในระยะเวลาประมาณ 150-300 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของลำโพงในยี่ห้อต่างๆ เช่นหากคุณเปิดเพลงในระดับความดังไม่ต้องมากนัก 8 นาฬิกา เปิดทิ้งไว้ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ เท่ากับคุณจะเบิร์นลำโพงไปแล้ว 336 ชม. เป็นต้น แต่หากใช้แผ่น Burn-in CD อย่าง PAD หรือ <a title="ดาวน์โหลด-taralabs-cascade-noise-burn-in-cd" href="http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/ดาวน์โหลด-taralabs-cascade-noise-burn-in-cd.html" target="_self">TARALABS CASCADE NOISE BURN-IN CD</a></p>
<p>ก็จะช่วยย่นย่อระยะการเผาลำโพงลดลง เช่น เปิดแผ่น PAD 5 ชม. จะเท่ากับ 24 ชม.ของปกติ (1 รอบ cd ใช้เวลาประมาณ 74 นาที) ดังนั้น ถ้าคุณต้องการ 200 ชม. คุณจะต้องเปิด แผ่น PAD เป็นเวลาประมาณ 41 ชม.</p>
<p>คุณโดยสามารถสังเกต (ทดลองฟัง) ตั้งแต่ชั่วโมงแรกๆที่ลำโพงถูกต่อเข้ากับระบบ ให้ลองสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทีละ 50 ชม.ก็ได้ และจดบันทึกไว้ จากเพลงที่คุณคุ้นเคย ทั้งดุลเสียงทั้งสาม (ทุ้ม กลาง แหลม), Timbre หรือความสมจริงของชิ้นดนตรี, Sound Image , Sound stage, Dynamic Contrast, Dynamic Length</p>
<p>ตัวอย่างข้อสังเกต<br />
- เสียงย่านความถี่ต่ำ จำพวกเสียงกลอง จะตึง แข็ง เมื่อผ่านการเผาไปสักระยะเวลาหนึ่ง เสียงจะมีความหนักแน่นมากขึ้น อาการบวม- เบลอจะลดน้อยลง เบสจะลงได้ลึกมากขึ้น<br />
- เสียงย่านความถี่กลาง ให้สังเกตเสียงร้องจะแห้ง ไม่มีความอิ่มของเสียง ไร้ความชุ่มฉ่ำ ขาดความลื่นไหล บางครั้งจะเหมือนว่านักร้องมีเสมหะอยู่ในลำคอตลอดเวลา เมื่อเผาได้ที่แล้ว เสียงจะเริ่มมีลีลา ฉอเลาะมากขึ้น</p>
<p>เสียงย่านความถี่สูง ไม่มีปลาย แห้งฝาก ขาดหางเสียง บางครั้งถึงขั้นทิ่ม เสียด แทง ออกอาการบาดหู เมื่อพ้นระยะการ run-in เสียงที่ได้จะมีปลายกังวาล อ่อนไหว พริ้วมากขึ้น เสียงจะทอดตัวได้ยาวมากขึ้น ทดลองฟังเสียงจำพวกเครื่องเคาะ ฉาบ เป็นหลัก\n\nความเปลี่ยนแปลงที่ผ่านการจดบันทึกเอาไว้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน จะรับรู้ได้ทันทีว่า Dynamic ของเสียงจะดีขึ้น Image จะขึ้นรูป และคงที่ ความหวาน ความพริ้ว ประกายของเสียงจะเริ่มออกตัวมากขึ้น ฟังดูแล้วลื่นไหลกว่าเดิมมาก</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังต้องมีปัจจัยของ System เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จะลืมไปไม่ได้เด็ดขาด คือ เครื่อง ห้อง และคน เสียงจะถอดตัวยาวได้มากขึ้นทั้งระบบก็มีส่วนเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าทุกอย่างต้อง Matching ต้องมีการวางแผนที่ดี (well-plan) คุณถึงจะได้เสียงคุณภาพสูงที่สุด ซึ่งจะมาจากการไร้ซึ่งความประณีนอมในการฟังของคุณ หรือจะเรียกอีกนัยว่าไม่ยอมให้เสียงไม่ดีออกมาเป็นอันขาด กลุ่มคนเหล่านี้คือเหล่า Audiophile ทั้งหลายนั่นเอง</p>
<p>หมายเหตุ &#8211; หากงานเขียนขาดความประติดประต่อไปบ้าง ต้องขออภัยเนื่องจากยังไม่ได้ลงมือเรื่องของการ Matching system เสียที เลยจับเอาประเด็นที่น่าสนใจมาเขียน เรียกน้ำย่อยไปชั่วคราวก่อน ถ้าหลงเข้ามาอ่านแล้วก็ติดตามไปเรื่อยๆนะครับ</p>
<p>Let&#8217;s Music Entertain Us</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/speakers-burn-in-period.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/speakers-burn-in-period.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/speakers-burn-in-period.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Thai Jazz Albums คุณค่าที่คุณคู่ควร</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/feature/thai-jazz-albums.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/feature/thai-jazz-albums.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 06:42:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[Feature]]></category>
		<category><![CDATA[12 Bar]]></category>
		<category><![CDATA[Cd]]></category>
		<category><![CDATA[Eugene Ang]]></category>
		<category><![CDATA[Jazz]]></category>
		<category><![CDATA[Mellow motif]]></category>
		<category><![CDATA[TRIBUTE TO MILES DAVIS]]></category>
		<category><![CDATA[โอ ชัชวาลย์ สุรเดช]]></category>
		<category><![CDATA[โอ่ง ณัฐชา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=157</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความใน Manager Online "แจ๊ส-ใครว่าฟังยาก? แจ๊ส(ไทย)-ใครว่าห่วย!?" "โอ่ง ณัฐชา ปัทมพงศ์" สาวเสียงดีมากความสามารถคนนี้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แต่เติบโตที่ประเทศไทย และกลับไปที่นั่นอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย คาร์เนกี้ เมลลอน (Carnegie Mellon University) ในวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) และเทคโนโลยีด้านดนตรี (Music Technology) รวมถึงการร้องเพลงแจ๊ส (Jazz Vocal Performance)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากบทความใน Manager Online &#8220;<a title="Jazz ไทยใครว่าฟังยาก" href="http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9520000026623" target="_blank">แจ๊ส-ใครว่าฟังยาก? แจ๊ส(ไทย)-ใครว่าห่วย!?</a>&#8221; วันที่ 9 มีนาคม 2552</p>
<p><strong>Mellow Motif</strong><br />
&#8220;อาจจะไม่เป็นที่รู้จักนักในวงกว้าง ทว่าหากเอ่ยชื่อของ &#8220;โอ่ง ณัฐชา ปัทมพงศ์&#8221; แล้ว เชื่อว่าคอเพลงแจ๊สบ้านเราหลายคนต้องร้องอ๋อ</p>
<p>สาวเสียงดีมากความสามารถคนนี้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แต่เติบโตที่ประเทศไทย และกลับไปที่นั่นอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย คาร์เนกี้ เมลลอน (Carnegie Mellon University) ในวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) และเทคโนโลยีด้านดนตรี (Music Technology) รวมถึงการร้องเพลงแจ๊ส (Jazz Vocal Performance)</p>
<div id="attachment_160" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/uploads/2009/03/e35d1a5cc1.jpg"><img class="size-medium wp-image-160" style="margin: 5px;" title="Mellow Motif" src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/uploads/2009/03/e35d1a5cc1-300x273.jpg" alt="โอ่ง และยูจีน แห่ง Mellow Motif" width="300" height="273" /></a><p class="wp-caption-text">โอ่ง และยูจีน แห่ง Mellow Motif</p></div>
<p>ระหว่างเรียนปีสุดท้าย เธอได้รวมตัวกับเพื่อนๆ ในชื่อ Mellow Motif เพื่อตระเวนเล่นทัวร์คอนเสิร์ตแจ๊สตามผับต่างๆ ทั้งในแถบ Pittsburgh รัฐ Pennsylvania รวมถึงย่าน East coast ซึ่งเมื่อกลับมาที่ประเทศไทย เจ้าตัวก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับ นักดนตรีแจ๊ส ชื่อดังของไทยหลายคน อาทิ โก้ Mr.Zaxman อ.เด่น อยู่ประเสริฐ รวมถึงร้องเพลงประจำที่ Rendezvous Bar โรงแรม Landmark , Bamblu Bar, Brown Sugar Jazz Pub, Stardust Jazz Bar&amp;Workshop, Niu?s Jazz &amp; Blues ,HOBS House of Beers</p>
<p>นอกจากจะเป็นชื่อวงแล้ว Mellow Motif ยังคือชื่อผลงานอัลบั้มเต็มของเธอในสังกัดวอร์นเนอร์ มิวสิค ซึ่งนอกจากจะมี &#8220;ยูจีน&#8221; (Eugene Ang) มือเปียโนเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยสมัยก่อตั้งวงแล้ว งานเพลงชุดนี้ยังได้เพื่อนนักดนตรีของเธอ อย่าง &#8220;โอม&#8221; มือ Percussion จาก Exotic และ &#8220;เอ๊าะ&#8221; วง Sky Kick Ranger มาร่วมงาน โดยมีมืออาชีพอย่าง อ. เด่น อยู่ประเสริฐ, ต้น กัปตันโลมา, กอล์ฟ ทีโบน, มินท์ อินฟินิตี้ อยู่เบื้องหลัง</p>
<p><object width="480" height="320"><param name="movie" value="http://album.sanook.com/embed/2/1107205"></param><param name="wmode" value="transparent"></param><embed src="http://album.sanook.com/embed/2/1107205" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="480" height="320"></embed></object></p>
<p>งานเพลงชุดนี้เป็นการนำเอาเพลงเก่า อาทิ &#8220;Santa Claus Is Coming to Town&#8221; ของ James Lamont &#8220;Haven&#8221; Gillespie, Little Jazz Bird ของ George Gershwin และอีกหลายต่อหลายเพลงมาคัฟเวอร์ใหม่ โดยมีโอ่งและยูจีนรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์</p>
<p>โดยรวมต้องบอกว่าเป็นงานที่น่าฟังมากๆ เฉพาะอย่างยิ่งเสียงร้องของนักร้องซึ่งออกไปในลักษณะที่ใสๆ น่ารักๆ ชนิดที่การันตีได้ว่า ใครที่เคยรู้สึกว่าแจ๊สฟังยากจะต้องเปลี่ยนความคิดอย่างแน่นอน</p>
<p><strong>TRIBUTE TO MILES DAVIS</strong><br />
จากลูกศิษย์มาถึงงานระดับสุดยอดอาจารย์ดนตรีในแนวแจ๊สทั้งหลาย อาทิ อ.เด่น อยู่ประเสริฐ (คณบดีวิทยาลัยดนตรี ม.รังสิต), อ.โจ้ ดริน พันธุมโกมล(วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล), อ.พลวิทย์ โอภาพันธ์ จาก ดุริยางศาสตร์ ม.ศิลปากร, อ.ทศ พนมขวัญ, อ.ธีรัช เลาห์วีระนิช จากม.รังสิต ร่วมด้วยนักดนตรี-นักร้องฝีมือดีมากมาย กับงานเพลงเพื่อคาราวะแด่ หนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ของวงการแจ๊สของโลก &#8220;ไมล์ส เดวิส&#8221;<br />
<img class="alignright" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="Tribute to miles" src="http://pics.manager.co.th/Images/552000002854402.JPEG" alt="Tribute to miles" width="300" height="296" /></p>
<p>ในอัลบั้มที่ชื่อว่า <strong>TRIBUTE TO MILES DAVIS</strong> ภายใต้สังกัดของ 12 Bar (Jazz is all around) ค่ายเพลงอิสระของคนที่มีเสียงดนตรีแจ๊สวิ่งอยู่เต็มสายเลือดอย่าง &#8220;โอ ชัชวาลย์ สุรเดช&#8221; บนความมุ่งมั่นพยายามที่จะทำให้เพลงแจ๊ส จากฝีมือคนไทยเป็นที่ยอมรับในตลาด สากล</p>
<p>สำหรับเพลงในอัลบั้ม TRIBUTE TO MILES DAVIS ประกอบไปด้วย Doo Bop ฟังแล้วต้องเกิดอาการอยากโยกไปตามจังหวะสนุกสนานของโซลแจ๊ส, Blue in Green ในรูปแบบของงาน Trio บรรเลงเปียโน โดย อ.เด่น กลองโดย ณภัทร พิริยะกิจศรัณย์ มีป่อง เทิดศักดิ์ วงศ์วิเชียร เล่นดับเบิลเบส เพลงนี้ถูกตีความให้ Blue เปรียบเสมือนท้องฟ้า ขณะที่ Green เปรียบเสมือนกับท้องทุ่งหญ้าสีเขียว</p>
<p>ถัดมาเป็นงานรูปแบบกีต้าร์ ทรีโอ กับเพลงที่ชื่อว่า Dear Old Stockholm ในจังหวะมีเดียม สวิง ว่ากันว่าสำเนียงกีต้าร์ของเพลงนี้ จะทำให้ผู้ฟังนั้นย้อนอดีตระลึกวันเวลาไป ไกลถึงมือกีต้าร์ยุคปี 60 อย่าง Grant Green และ Barney Kessel กันเลยทีเดียว</p>
<p>All Blues เพลงนี้เต็มอิ่มแน่นอนกับการดวลกัน แบบฟรีสไตล์ของเปียโนและแซ็กโซโฟนที่มี ความยาวเกือบจะ 9 นาทีด้วยกัน ต่อด้วย Schol ซึ่งมีที่มาจากเพลง Solar ของ ไมล์ส เดวิส แต่ถูกเขียนขึ้นในรูปแบบของโปรเกสซีฟ ร็อก ดำเนินเรื่องราวด้วยกีต้าร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ไม่มีเบส) โดยมีเสียงแซ็กโซโฟนแทรกเข้ามาเป็นระยะๆ</p>
<p>กลัวว่าคนฟังจะอิ่มกับเพลงบรรเลงหรือไงก็ไม่ทราบ แต่การมาของ What&#8217;s Your Name ในแทร็กถัดมาก็ต้องถือว่าถูกที่และถูกเวลา โดยเฉพาะเสียงร้องของ &#8220;ตุลย์&#8221; วงอพาทเม้นต์คุณป้านั้นเข้ากันดีเหลือเกิน กับเนื้อหาและซาวนด์ดนตรีอันยียวน สไตล์ของจิ๊กโก๋ยุค 70</p>
<p>ปิดท้ายกันด้วย What a Little Moon Light Can do เพลงที่นักดนตรีแจ๊สทุกคนมักจะต้องหยิบนำมาเล่นและทำใหม่ เพลงนี้ใช้การบันทึกการแสดงสดๆ กันที่ Bamboo Bar โรงแรงโอเรียลเต็ล เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่การหลับตาขณะที่ฟังเพลงนี้ไปด้วย ผู้ฟังจะรู้สึกถึงบรรยากาศของการเข้าไปนั่งฟังเพลงแจ๊สตามผับ-บาร์ ที่มีวงดนตรีแสดงสดขึ้นมาทันที</p>
<p>อัลบั้มชุดนี้นอกจากจะประกอบไปด้วยนักดนตรีแจ๊สระดับครูแล้ว ยังได้ &#8220;วู๊ดดี้ พรพิทักษ์สุข&#8221; คนไทยเจ้าของรางวัล &#8220;แกรมมี่ อวอร์ดส 2001&#8243; ในสาขา Mastering มาทำการมาสเตอ์ริ่งให้ด้วย นอกจากนั้นในอัลบั้มยังได้รวบรวมเอาข้อเขียน ที่แสดงถึงมุมมองในการบอกเล่า ประวัติและความยิ่งใหญ่ของ &#8220;ไมล์ส เดวิส&#8221; จากปลายปากกาของคอแจ๊ส อาทิ จิรภัทร อังศุมาลี, อนันต์ ลือประดิษฐ์, คมสันต์ นันทจิต ฯ มาให้ได้อ่านกันอีกต่างหาก</p>
<p><strong>TRIBUTE TO MILES DAVIS จึงเป็นอัลบั้มงานเพลงแจ๊สคุณภาพจากฝีมือคนไทย ที่น่าฟังและน่าเก็บสะสมอย่างไม่ต้องสงสัย</strong>&#8221;</p>
<p>แล้วคุณละ ลองฟังหรือยังกับ Jazz แบบไทย ที่ฟังแล้วจะต้องร้อง &#8230; แม่เจ้า!! ฝีมือนักดนตรีไทย ให้มันรู้กันบ้าง</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/feature/thai-jazz-albums.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/feature/thai-jazz-albums.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/feature/thai-jazz-albums.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทดลองฟังเพลงแบบ Mp3 กับ audio CD</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-mp3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-audio-cd.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-mp3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-audio-cd.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2009 12:26:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[cd audio]]></category>
		<category><![CDATA[mp3]]></category>
		<category><![CDATA[redbook]]></category>
		<category><![CDATA[การทดลอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=150</guid>
		<description><![CDATA[มีข้อถกเถียงกันมาพอสมควรว่าฟังเพลง mp3 กับ จากแผ่น CD มันก็เหมือนๆกัน ซึ่งเราเข้าใจกันอยู่แล้วว่าคุณภาพของ file mp3 นั้น ไม่สามารถเทียบเท่าคุณภาพของ Audio CD ได้ เนื่องจาก file mp3 นั้นถูกบีบอัดเอาไว้ เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้ โดยใช้พื้นนี้น้อยลงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับ CD มาตราฐาน Redbook วันนี้เลยลองเล่นดูเอง ว่ามีอะไรที่แปลก หรือแตกต่างไปบ้าง แล้วในความต่างนั้นต่างกันอย่างไร ขั้นตอน และตัวแปร จากนั้นให้คุณลองสังเกตในขณะที่คุณทดลองฟังเพลงผ่าน CD และ computer ด้วยเพลงที่คุณคุ้นเคยดูว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง 1. ฟังเพลงด้วย computer ด้วยหูฟัง ด้วย original CD จับรายละเอียด 2. ฟังด้วย computer ด้วยหูฟัง ด้วย mp3 ที่ผ่านการ rip ที่ความระเอียด 320 kbps 3. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีข้อถกเถียงกันมาพอสมควรว่าฟังเพลง mp3 กับ จากแผ่น CD มันก็เหมือนๆกัน ซึ่งเราเข้าใจกันอยู่แล้วว่าคุณภาพของ file mp3 นั้น ไม่สามารถเทียบเท่าคุณภาพของ Audio CD ได้ เนื่องจาก file mp3 นั้นถูกบีบอัดเอาไว้ เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้ โดยใช้พื้นนี้น้อยลงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับ CD มาตราฐาน Redbook วันนี้เลยลองเล่นดูเอง ว่ามีอะไรที่แปลก หรือแตกต่างไปบ้าง แล้วในความต่างนั้นต่างกันอย่างไร</p>
<p>ขั้นตอน และตัวแปร จากนั้นให้คุณลองสังเกตในขณะที่คุณทดลองฟังเพลงผ่าน CD และ computer ด้วยเพลงที่คุณคุ้นเคยดูว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง</p>
<p>1. ฟังเพลงด้วย computer ด้วยหูฟัง ด้วย original CD จับรายละเอียด</p>
<p>2. ฟังด้วย computer ด้วยหูฟัง ด้วย mp3 ที่ผ่านการ rip ที่ความระเอียด 320 kbps</p>
<p>3. ฟังด้วย computer ด้วยหูฟัง ด้วย mp3 ที่ผ่านการ rip ที่ความระเอียด 128 kbps</p>
<p>บันทักความแตกต่าง และนำผลออกมาสรุป</p>
<p>ขอแบ่งปันผลสักเล็กน้อย การทดลองฟังแบบที่ 1 และแบบที่ 2 เมื่อฟังผ่าน computer จะได้เสียงใกล้เคียงกันมาก แต่จะต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับแบบที่ 3 ซึ่งเสียงที่ได้จะแห้ง และขาดมิติ</p>
<p>สรุปก็คือ เพลงที่ผ่านการ compress มานั้นจะได้ผลที่แย่ที่สุด แต่ขึ้นอยู่ว่าคุณยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อนๆ คิดอย่างไรกันบ้างร่วม share idea กันได้ครับ</p>
<p>หมายเหตุ &#8211; การทดลองนี้ ไม่ได้ทำผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง และถูกต้องตามหลัก ศาสตร์ ทั้งหลาย ดังนั้น ไ่ม่ขอเอาการทดลองฟังในครั้งนี้เป็นบรรทัดฐานแต่อย่างใด แต่ทำเพื่อเรียนรู้ และเข้าใจระบบของเสียงเท่านั้น</p>
<p>Let&#8221;s Music Entertain</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-mp3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-audio-cd.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-mp3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-audio-cd.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-mp3-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-audio-cd.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หัวใจของคุณภาพเสียงที่ดี</title>
		<link>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/understand-good-sound-quality.html</link>
		<comments>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/understand-good-sound-quality.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2009 12:14:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[setup]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hifi.whatsupbkk.com/?p=145</guid>
		<description><![CDATA[หลายครั้งหลายหนที่เราเคยได้ยินว่าหัวใจของคุณภาพเสียงที่ดี อยู่ที่ลำโพง และการ set up ลำโพง ทำไมหรือครับ ??? ลำโพงถือได้ว่าเป็นปลายท่อที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงความเป็น Hi-fi อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามหาก คุณมีลำโพงที่ดีแล้ว แต่จับคู่กับลำโพงที่มีคุณภาพที่ด้อยกว่าแล้ว คุณก็จะไม่สามารถสัมผัสถึงความเป็น High-end ได้อย่างแน่นอน องค์ประกอบหลักในการฟังเพลงแบบ 2 stereo channel ก็คือ 1. System (hardware) 2. ห้องฟัง และระบบอคูสติค 3. ผู้ฟัง ทั้ง 3 ตัวนี้แหละคือองค์ประกอบหลัก ต้นตอของระบบเสียงที่ดี ขอเจาะไปทีละประเด็นถึงขั้นตอนของการได้มาซึ่งเสียงที่ดี จากองค์ประกอบที่ 1 กันบ้าง 1. เลือกใช้ลำโพงคุณภาพดี เหมาะสมกับห้อง เหมาะสมกับตัวคุณเอง 2. เลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลำโพง 3. การจัดวางที่เหมาะสมสำหรับห้อง และลำโพง สำหรับขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 คุณต้องรู้จักข้อมูลพื้นฐานของลำโพง หรือ สเปค และอุปกรณ์ทั้งหมดว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายครั้งหลายหนที่เราเคยได้ยินว่าหัวใจของคุณภาพเสียงที่ดี อยู่ที่ลำโพง และการ <strong>set up ลำโพง</strong> ทำไมหรือครับ ???</p>
<p>ลำโพงถือได้ว่าเป็นปลายท่อที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงความเป็น Hi-fi อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามหาก คุณมีลำโพงที่ดีแล้ว แต่จับคู่กับลำโพงที่มีคุณภาพที่ด้อยกว่าแล้ว คุณก็จะไม่สามารถสัมผัสถึงความเป็น High-end ได้อย่างแน่นอน</p>
<p>องค์ประกอบหลักในการฟังเพลงแบบ 2 stereo channel ก็คือ<br />
1. System (hardware)<br />
2. ห้องฟัง และระบบอคูสติค<br />
3. ผู้ฟัง<br />
ทั้ง 3 ตัวนี้แหละคือองค์ประกอบหลัก ต้นตอของระบบเสียงที่ดี</p>
<p>ขอเจาะไปทีละประเด็นถึงขั้นตอนของการได้มาซึ่งเสียงที่ดี จากองค์ประกอบที่ 1 กันบ้าง<br />
1. เลือกใช้ลำโพงคุณภาพดี เหมาะสมกับห้อง เหมาะสมกับตัวคุณเอง<br />
2. เลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลำโพง<br />
3. การจัดวางที่เหมาะสมสำหรับห้อง และลำโพง</p>
<p>สำหรับขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 คุณต้องรู้จักข้อมูลพื้นฐานของลำโพง หรือ สเปค และอุปกรณ์ทั้งหมดว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร เหมาะสมกัน หรือเข้ากันแค่ไหน</p>
<p>ส่วนขั้นที่ 3 นั้นมีความเข้าใจเรื่องของ Acoustic และ Psycho Acoustic เข้ามาพัวพัน ให้คุณเข้าใจระบบของห้อง ที่มีความสัมพันธ์กันกับอุปกรณ์ทั้งหมดอย่างไร<br />
จากนี้ต่อไปผมจะค่อยๆเล่าไปทีละน้อย เจาะลึกไปทีละหัวข้อ ซึ่งแหล่งข้อมูล หรือที่มาคงจะได้มาจากหลายๆแหล่งด้วยกัน ทั้งหนังสือ อินเตอร์เน็ต และเหล่าเกจิทั้งหลายที่ได้ให้คำแนะนำดีๆมาอย่างมากมาย ที่ขาดไม่ได้คือจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้สัมผัสมา หากมีข้อผิดพลาด หรือถูกผิดอย่างไร ยินดีรับฟังคำชี้แนะครับ</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/understand-good-sound-quality.html" target="_blank"><img src="http://hifi.whatsupbkk.com/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/understand-good-sound-quality.html" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hifi.whatsupbkk.com/audiophile/understand-good-sound-quality.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

