พึ่งได้อ่านบทบรรณาธิการ GM2000 เล่มล่าสุดไป “วงการดนตรีไทย ยุคของคอนเสิรต์อุปถัมป์-รวมฮิต” อ่านแล้วโดนใจมากๆครับ อยากให้ไปถึงค่ายเพลง โดยเฉพาะค่ายใหญ่ๆ ย่านอโศกยิ่งนัก

โอกาสมัน ช่างประจวบกับที่ผมพึ่งได้พบเจอกับคนทำ mastering ให้กับค่ายดังเช่นเดียวกัน คือคุณภาพของการผลิต มันลดน้อยถอยลงตามยอดขาย และแรงบีบคั้นจากธุรกิจ มันเหมือนกับไก่กับไข่ ที่ไม่รู้ว่ามันจะไปจบอยู่ตรงไหน

“คนฟังบอกว่า เพลงทำออกมาไม่ได้เรื่อง ฟังเอาสาระไม่ได้เลย ไม่ซื้อฟังละ ดาวน์โหลดนี่แหละง่ายดี” “คนทำเพลงบอกว่าคนฟังมักง่าย ไม่ยอมจ่ายเงิน แลกกับการเสพงานดนตรี แล้วใครเล่าจะมีแรงทำเพลงดีๆออกมาให้ฟัง”

ผม ตั้งคำุถามกลับไปว่า แล้วทำไม Norah Jones ยังสามารถทำเพลงออกมาแล้วขายได้ที 4-5 ปีเล่า หรือแม้แต่อัลบั้มแสนคำนึง ยังสามารถขายได้เรื่อยๆ ออกมาเท่าไหร่ก็หมด (ขอไม่นับเรื่องตลาดบ้านเราซึ่งเล็กว่าเป็น ร้อยๆเท่านะครับ) แต่ผมเชื่อว่างานคุณภาพจะขายได้ด้วยตัวของมันเอง อาทิ งาน Sweet นุช ยังพอที่จะขายได้ ทั้งที่เป็นดนตรีนอกกระแส

อย่างไรก็ตาม แม้แต่งานในกระแส อาทิ ขนมจีน เองยังขายได้ระดับพันแผ่นเท่านั้นเอง แล้วศิลปินคนทำเพลงจะอยู่จะกินอย่างไร?

บท สนธนาจบลงที่ ยากมากที่จะมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งคนซื้อ คนขาย คนทำเพลงเริ่มถอดใจ อะไรก็ได้ที่ขายได้ ไม่มีคุณภาพก็เอา เพราะอ้างว่าคนฟัง ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจหรอก แค่มีเสียงก็พอ (ก่อนหน้านั้นคุยกันเรื่อง boost gain เสีัยงทำไม จนไม่มีช่องว่างให้หายใจ รวมถึงเพลงลูกทุ่งบันทึกเสียงได้ดีกว่าเพลง commercial)

ผมยังนับถือ และศรัทธาทีโบนในทุกวันนี้ งานดนตรีเกิดจากความต้องการจะทำ และแบ่งปันให้คนฟังได้ฟังเพลงในแบบของเขา ไม่ได้ทำเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ให้มีของขายตลอดเวลา line ผลิตให้เต็มอยู่เสมอ
งานศิลปะก็เหมือนกับเกษตรกรรม จะผลิดอก ออกผลเมื่อมันสุกงอมเต็มที่ เร่งสี หรือดอกทำได้ แต่มันก็ร่วงโรยเร็วกว่าไม่ใช่หรือ

เป็นหนึ่งเสียงที่อยากเห็นงานดีัออกมาให้ฟังบ้างครับ

@robyrd
tw/fb


This entry was posted on Monday, November 23rd, 2009 at 11:52 am and is filed under Blog. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.