มือใหม่หัดขับ ทำอย่างไรให้เครื่องเสียงของคุณแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณค้นพบศักยภาพของเครื่องที่คุณเก็บหอม รอบริบเพื่อที่จะซื้อมันมา ลองดูสักหน่อยจะเป็นไรไป เข้าทำนองรู้ไว้ใช่ว่า … ข้อแนะนำทั้ง 10 ข้อนี้ ถือเป็นปฐมบทในการเริ่มเล่นเครื่องเสียง ของมือใหม่หัดขับ หรือบรรดามือเก๋าทั้งหลาย
1. อ่านคู่มือเครื่องเสียง
บางคนซื้อเครื่องมาจนขายมันทิ้งไปไม่เคยแม้แต่จะอ่านคู่มือ เพราะเห็นว่าใช้งานได้ไม่ซับซ้อนแค่เสียบสายแล้วกดสวิตซ์ แต่หารู้ไม่ว่านั้นอาจพลาดข้อมูลดีๆ ที่ผู้ผลิตแนะนำเอาไว้ในนั้น เช่น เครื่องบางเครื่องไม่แนะนำให้ใช้กับสายลำโพงบางประเภท, ปรีหรือเพาเวอร์บางตัว สามารถปรับเกนขยายให้เหมาะกับเครื่องอื่นได้, ลำโพงบางคู่ต้องวางให้ระดับหูอยู่ระหว่างทวีตเตอร์กับวูฟเฟอร์ เป็นต้น
ดังนั้นก่อนจะบ่นว่าเป็นเสียงไม่ดี จะขายมันทิ้งควรอ่านคู่มือมันก่อน ปรับให้มันทำงานได้ถูกต้องตามที่มันถูกออกแบบเสียก่อน แต่ลองดูแล้วชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน
2. ขยับลำโพง
บางคนอีกนั้นแหละครับ ซื้อลำโพง วางอย่างไรก็อยู่อย่างนั้นไม่ขยับอีกเลย แม้ว่าจะเปลี่ยนอะไรไปอีก ตำแหน่งที่ตั้งลำโพงนี้มีความสำคัญมาก วางห่างกัน 5-10 ซม.ผลที่ได้ต่างกันมาก นักฟังที่ดีควรขยันขยับ ลำโพงเดินหน้า ถอยหลัง ขยับซ้ายขวา ปรับโทอิน ขยับเก้าอี้ที่นั่งฟังใกล้บ้าง ไกลบ้าง ไปตามเรื่อง
หาจุดที่ดีที่สุดสำหรับห้องและอุปกรณ์ในชุดขณะนั้น
การขยับลำโพงบ่อยๆยิ่งเพิ่มพูนประสบการณ์การฟัง เมื่อเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ทุกครั้งควรหันมาสนใจขยับลำโพงด้วย และควรตรวจสอบด้วยว่าวางอยู่ในแนวดิ่ง แนวระดับที่ถูกต้อง เดือยแหลมที่ขาตั้งควรปรับให้จิกลงบนพื้น นิ่งบนพื้น แน่นทุกตัว ไม่ใช่แบบโยเยกโคลงเคลง พวกนี่ลดคุณภาพลำโพงไปหลายส่วนทั้งนั้น
3. ถอดอุปกรณ์เสริมต่างๆ ออก
เล่นมาพอสมควร เครื่องเคียงอุปกรณ์เสริมคงมีพอสมควร พวกอุปกรณ์เสริมคุณภาพต่ำทั้งหลายนี้ก็ตัวดี ใส่เข้าไปเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เน้นแต่เชิงประมาณ คุณภาพถดถอย อย่างพวกตัวกรองไฟ หรือ ferrite Ring ทิปโทที่คุณภาพต่ำ
เมื่อตอนที่ประสบการณ์(การฟัง)น้อย ใส่เข้าแล้วถึงตาโต ได้ความใส เบสกระชับ ประทับใจเหลือหลาย ใส่แล้วใส่เลยไม่ได้สนใจมันอีก เปลี่ยนอีกกี่ชุดต่อกี่ชุด ก็ติดมันเอาไว้ คิดว่าดีแน่ หารู้ไม่ว่ายาพิษทั้งนั้น
หากมีทักษะมากขึ้น ขอให้ลองไม่ต่อผ่านมันดูเถอะครับ จะรู้ว่ามันขโมยบรรยากาศในเพลงไปเสียนาน ความใสและเบสกระชับนั้น เป็นแค่เสียงแหลมที่จัดแห้ง เบสห้วนๆเท่านั้นเอง ดังนั้นก่อนจะเปลี่ยนเครื่องควรลองถอดพวกเครื่องเคียงพวกนี้ออก ลองดูหน่อยนะครับว่าตัวที่ใส่ไว้อยู่ในประเภทนี้หรือเปล่า
4. สลับขั้วปลํ๊กไฟเอซี
เครื่องเสียงบางเครื่องออกแบบมาปลั๊กเป็นแบบสองขา มีเฉพาะ Line (L) กับ Neutral (N) ไม่มี Ground(G) สามารถที่จะสลับขั้วปลั๊กระหว่าง L กับ N ได้ เครื่องพวกนี้เค้าออกแบบให้ภาคจ่ายไฟมีฉนวน 2ชั้น โดยจะเห็นมีสัญลักษณ์ สี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันสองรูปที่หลังเครื่อง หมายความว่าหากเกิดความชำรุดเสียหายจะไม่มีไฟรั่วมาที่ตัวถัง
จึงไม่จำเป็นต้องมีกราวนด์ที่ตัวถัง
เค้าออกแบบมาสำหรับระบบไฟฟ้าที่ไม่มีกราวนด์ แต่เมื่อเสียบปลั๊กและเปิดใช้งานจะพบว่าทิศทางของปลั๊ก มีผลกับโวลต์ ระหว่างตัวถังกับกราวนด์ดิน มากบางน้อยบ้างแล้วแต่เครื่อง โดยทั่วไปควรเสียบปลั๊กในทิศทางที่ทำให้ โวลต์ที่ตัวถังเครื่อง กับกราวนด์ดินต่ำที่สุด ซึ่งจะเป็นทิศทางถูกต้องตามที่วงจรถูกออกแบบมา
โดยขณะวัดให้ถอดสายสัญญาณที่เชื่อมต่อออกทั้งหมด เปิดเครื่องแล้ววัด AC Volt Meter หรือ ใช้ไขควงเช็คไฟจดหรือสังเกต แล้วสลับขั้วไปอีกด้าน แล้ววัดเปรียบเทียบ ทิศทางที่ที่วัดค่าไฟได้ต่ำกว่า หรือไขควงสว่างน้อยกว่า น่าจะดีกว่า แต่ให้ดีลองฟังด้วยก็ดีครับ เพราะมีบางเครื่องที่วัดได้มีค่าสูง แต่เสียงดีกว่า แต่ไม่ค่อยเจอเท่าไร
เรื่องนี้ในบางยี่ห้อเช่น Luxman ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ขนาดติดอุปกรณ์ตรวจสอบทิศทางขั้วมาพร้อมกับเครื่องเลยทีเดียว
5. ตรวจสอบสภาพจุดต่อต่างๆ
เรื่องนี้ก็ไม่ควรมองข้ามครับ
กระแส สัญญาณต่างๆต้องผ่านจุดต่อพวกนี้ เมื่อใช้ไปนานควรตรวจสอบว่ายังมีสภาพดีแน่นหนาอยู่หรือไม่ หน้าสัมผัสไม่เกิดออกไซค์จนกีดข้วางทางเดินสัญญาณ ลดทอนรายละเอียดเสียงไปหลาย ควรเช็คล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดหน้าสัมผัส อย่างน้อยก็ 6เดือนครั้ง
ขั้วไฟฟ้าที่ไม่แน่นหนาพอ อาจจะทำให้จ่ายกระแสได้ไม่เต็มที่ เสียงจะเบลอร์ หรือรุนแรงจนเกิดการสปากส์ ทำให้เครื่องเสียหายได้
จุดต่อระหว่างสายกับขั้วต่อจำพวกนี้ ก็สำคัญ โดยเฉพาะที่ต่อกันเอง พวกนี้เปิดหัวออกมาสนิมทองแดงเขียวเลยก็มี หากเจอแบบนี้ก็ควรตัดเชื่อมต่อใหม่ให้เรียบร้อย
6. จับแยกให้ห่างจากกัน
ข้อนี้ก็ทำได้เลยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว
เครื่องเสียงและสายต่าง ปกติจะมีสนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้ากระจายออกมารอบตัวมัน ส่วนใหญ่ออกมาจากพวกภาคจ่ายไฟ ยิ่งใกล้ยิ่งมีมาก สนามแม่เหล็กไฟฟ้าพวกนี้จะรบกวนการทำงานของเครื่อง และสัญญาณเสียงต้นฉบับ จะทำให้เสียงขาดไดนามิค เวทีและโน้ตเสียงคลุมเครือไม่สะอาด ดังนั้นควรจัดวางเครื่องให้ห่างจากกัน ไม่วางซ้อนกัน
สายไฟ สายลำโพง สายสัญญาณควร แยกออกให้ห่างกัน หากเลี่ยงไม่ได้ควรให้พาดกันในลักษณะตัดกันเป็นกากบาท ไม่ให้วางขนาดกันไป หากขยันไปกว่านั้น เปิดฝาเครื่องดูสายไฟที่ภาคจ่ายไฟที่จ่ายให้กับวงจรในแต่ละชุด ควรจับแยกออกจากกัน พวกนี้มีผลแน่คุ้มค่าเพราะไม่ต้องเสียอะไร
7. ต่อกราวด์ลงดิน
ข้อนี้น่าจะเป็นข้อแรกเสียด้วยซ้ำ เสียงดีขึ้นเป็นของแถม ที่สำคัญเป็นเรื่องความปลอดภัยกับชีวิตครับ
สำหรับเครื่องที่เค้าออกแบบต้องมีกราวด์ ไม่มีสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันสองรูปที่หลังเครื่อง ก็ต้องต่อกราวด์ให้เรียบร้อย เพราะเค้าออกแบบให้กระแสไฟฟ้าไหลลงกราวด์ที่ตัวถังเครื่อง หากไม่ได้ต่อ, หักขากราวด์ของมันทิ้ง หากเกิดการชำรุดหรือลัดวงจร ไฟฟ้ามันจะเอาเราเป็นทางผ่านลงกราวด์แทน ไม่รู้ด้วย
หากบ้านมีกราวด์อยู่แล้ว ก็ให้ต่อกราวด์จากจุดเดิม ไม่ควรติดตั้งกราวด์ใหม่ เนื่องจากจะกลายเป็นมีกราวด์หลายจุด เกิดปัญหากราวด์ลูปได้ แต่หากไม่มี ควรติดตั้งครับ และเมื่อทำ ควรทำให้ถูกหลักการครับ
โดยการตอกแท่งทองแดงหรือเหล็กหุ้มทองแดงยาวประมาร 2 เมตร ลงในดินจนจมมิด เว้นไว้เฉพาะจุดต่อสายเพื่อไม่ให้ผุและตรวจสอบได้ง่าย ต่อสายมายังปลั๊กก่อนจ่ายให้ชุดเครื่องเสียง ให้ดีตอกไปซัก 2-3 ต้นเรียงเป็นแถวห่างกันประมาณ 2 เมตร แท่งหนึ่งไม่กี่สตางค์ แล้วต่อพ่วงเข้าด้วยกันเป็นจุดเดียวอีกที เป็นการลดความต้านทานของกราวนด์ลงให้ต่ำที่สุด
สายที่นำมาต่อควรมีขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่าสายเมนละครับ จะได้ปลายแหลมที่สะอาดไม่แยงหูให้รำคาญ มิติเป็นตัวตนยิ่งขึ้น บางเครื่องที่เคยมีเสียงฮัมจะลดน้อยลงหรือเงียบไปเลย
8. เปลี่ยนสายไฟเอซีฯ
ปัจจุบันข้อสงสัยที่ว่า “สายไฟมีผลต่อเสียงไหม” คงไม่ต้องพูดถึงแล้ว หากสายไฟยังเป็นแบบติดมากับเครื่องอยู่ ก็ถึงคราวเปลี่ยนแล้วละครับ
ที่เลือกเปลี่ยนสายไฟแทนที่จะเป็นสายอย่างอื่นเพราะพวกสายอื่นๆ ปรับปรุงอย่างน้อยก็ต้องมี 3-4 พัน ถึงได้จะได้ดีกว่าตัวเก่าอย่างเห็นหน้าเห็นหลัง แต่สายไฟเอซียาวประมาณ 1.5 เมตร พันกว่าบาทก็มีดีๆให้เลือกหลายเส้นแล้ว ใช้งานได้นานไม่บุบสลาย เปลี่ยนเครื่องไปพวกนี้ยังนำมาใช้ได้อีก หากมีสายไฟเอซีที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเสียงอยู่แล้ว ควรทดลองสลับดูละครับว่าเส้นไหนเหมาะกับเครื่องไหนของเรา เพราะสายแต่ละเส้นเหมาะกับเครื่องไม่เหมือนกัน
9. เดินสายไฟเอซีมาที่ห้องโดยเฉพาะ
ทำยากขึ้นมาอีกนิดครับ
โดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเวลาทำงาน จะมีการปล่อยสัญญาณรบกวนที่เกิดจากทำงานเข้ามาในระบบไฟภายในบ้าน มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นกับชนิดของอุปกรณ์ พวกที่หนักๆก็อย่างเช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น หรือตัวหรี่ไฟแสงสว่าง(ดรีมเมอร์) หลอดประหยัดไฟทั้งหลาย และอุปกรณ์ที่มีภาคจ่ายไฟเป็นแบบสวิทซิ่ง สัญญาณรบกวนพวกนี้จะเข้ามากก่อกวน การทำงานของเครื่องโดยผ่านมาทางสายไฟ ทำให้เสียงแย่ลง แยกมิติสเตอริโอไม่ดี ไม่สะอาด ช่องวางชิ้นดนตรีแย่เป็นต้น
เครื่องที่ออกแบบมาไม่ทนทานต่อสัญญาณรบกวนพวกนี้ อาจทำงานผิดพลาดไปเลย การแก้ไข้โดยใช้ตัวกรองไฟ จากประสบการณ์ ผลข้างเคียงมีมาก ส่วนใหญ่ไม่คุ้ม แนะนำให้เดินสายไฟมาที่ห้องเครื่องโดยเฉพาะมากกว่า
โดยทำการต่อออกมาจากแผงไฟฟ้ารวมของบ้าน จะลดโอกาสที่สัญญาณรบกวนนั้น จะเข้ามารบกวนการทำงานของเครื่องให้ทุเลาไปมาก
10. ปรับปรุงอคูสติกของห้อง
คราวนี้มาถึงเรื่องใหญ่แต่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ หากปรับปรุงอย่างถูกวิธี เพราะห้องเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการเล่นเครื่องเสียง นักเล่นที่มีห้องฟังที่ออกแบบมาโดยเฉพาะนับว่ามีบุญวาสนาสูง ส่วนพวกที่ต้องอาศัยห้องนอนห้องรับแขก ควรทำใจไว้บ้างครับ
ปรับเปลี่ยนเครื่องอย่างไรก็ไม่ได้อย่างใจ ปัญหามันอาจจะอยู่ที่ห้อง ที่อยากฝากไว้คือ อย่าลงทุนปรับปรุงชุดเครื่องเสียงโดยไม่ปรับปรุงห้องไป พร้อมๆกัน เพราะมันจะทำให้การลงทุนเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมากและเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ไม่สามารถก้างตำราตอบเป็นฉากๆได้ จะให้ดี ควรปรึกษาผู้รู้ให้เค้าแนะนำเป็นกรณีไปจะดีกว่า
ให้ดีควรให้เค้ามาฟังด้วยกันในห้องฟัง แค่บอกเล่าเค้านึกภาพไม่ออกหรอกครับ ห้องใครห้องมันว่างันเถอะ
ปัจฉิมลิขิต
ในการปรับปรุงเครื่องเสียง มีวิธีการมากมายกว่านี้ พิศดารล่ำลึกจนคนธรรมดาทั่วไปคิดไม่ถึงก็แล้วกัน ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง คุ้มบ้างไม่คุ้มบ้าง แต่ที่คัดเลือกมา 10 หัวข้อข้างต้น เพราะคิดว่าคุ้มค่าและไม่ค่อยมีผลข้างเคียงไปทางลบ ที่ผมไม่แนะนำให้เข้าไปปรับปรุงอุปกรณ์ภายในเครื่อง เพราะผลของมันแปลผันสูง ไม่แน่นอน ขึ้นกับอุปกรณ์ที่นำมาเปลี่ยน เกรดดีกว่าก็ใช่ว่าเสียงจะดีกว่าเสมอไป และฝีมือคนทำ
ที่สำคัญโมฯไปแล้วคราวนี้จะขายออก เงินที่ลงทุนไปกับอุปกรณ์แพงๆนั้นก็สูญเปล่า ขายต่อก็ยากและเสียราคา สู้ไม่ไปยุ่งกับมัน หันมาปรับสภาพแวดล้อมของมันจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
หากได้ลองทำตามที่แนะนำจนหมดแล้ว ยังไม่ถึงที่ต้องการ ยังอยากเปลี่ยนส่วนอุปกรณ์หลักๆอยู่ ก็ขอให้ใช้สติคิดให้รอบคอบละครับ ว่าจะเปลี่ยนอะไรออกอะไรเข้า จะได้ไม่กลายเป็นพายเรือในอ่าง
มีคำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่โชคร้าย ชุดแรกที่ซื้อมา แนวเสียงที่มีอยู่ไม่ใช่ที่ต้องการเลย เช่นชอบแหลมแบบทอดไปไกลมากๆ แต่ที่มีอยู่แหลมเก็บตัวเร็ว นุ่มหวาน อะไรทำนองนี้ แนะนำมองลำโพงก่อนครับ เพราะบุคลิกหลักๆ ทุ้ม กลาง แหลม ส่วนใหญ่จะมาจากลำโพงนี้เอง อย่าไปหวังว่าเปลี่ยนสายต่างๆ จะทำให้แหลมเก็บตัวเร็วกลายเป็นแหลมสุดเสียงสังข์
แต่หากพอใจในแนวเสียงแล้วระดับหนึ่ง อยากได้ ความนิ่ง รายละเอียด มิติเวที ความสะอาดของวง ก็ควรไปมองที่ภาคขยายหรือที่ต้นสัญญาณแทน แต่หากโชคดีได้เสียงใกล้เคียงที่อยากได้แล้ว เหลืออีกนิดหน่อยๆ อย่างนี้ควรหันมาหาพวกสายต่างๆ หรือพวกเครื่องเคียงต่างๆ ที่มีขายอยู่เกลื่อน
แต่ขอให้เลือกตัวที่มีคุณภาพดีก็แล้วกัน
นักเล่นที่ดีควรเปลี่ยนเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ มีสติ ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะอารมณ์ เปลี่ยนเมื่อพร้อม แต่เวลาเมื่อไร และความพร้อมเมื่อไร ก็แล้วแต่บุญที่ทำกันมา ของใครของก็ของคนนั้นละครับ


หลังจากที่ผ่านประสบการณ์ทำเว็บด้วย Wordpress มาหลายสิบเว็บ และจากเสียงเรียกร้องเข้ามามากมาย ตอนนี้เลยขอเปิดให้บริการรับทำเว็บไซต์ด้วย Wordpress เสียเลย